แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทนชอบเปลี่ยนงานบ่อย เหตุผลสำคัญที่คนรุ่นใหม่ใช้ตัดสินใจในการเปลี่ยนงานมากที่สุด คือ “โอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ” โดย 52% มองว่าการจะอยู่รอดในโลกการทำงานสมัยนี้จำเป็นต้องมีการอัพเดทความรู้และทักษะใหม่อยู่เสมอ ส่วนปัจจัยรองลงมาได้แก่ เรื่องเงินเดือน และสมดุลชีวิตการทำงาน ซึ่งเป็นประเด็นที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
Gen Y และ Gen Z อยู่ในช่วงวัยที่กำลังวางแผนที่จะเติบโต จึงมีแนวโน้มที่จะใส่ใจในการพัฒนาทักษะเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ จากผลสำรวจคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จำนวน 52.4% เชื่อว่าพวกเขามีความจำเป็นที่จะต้องอัพเดททักษะใหม่อยู่เสมอ เพราะตระหนักว่า Reskilling และ Up Skilling คือ หัวใจสำคัญของการอยู่รอดในยุค AI โดยทักษะที่พวกเขาให้ความสำคัญ
สามอันดับแรกคือ ทักษะความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทักษะทางภาษา และทักษะการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะทักษะที่เกี่ยวข้องกับ Social Media และ E-Commerce
ทั้งนี้เป็นเพราะคนรุ่นใหม่ในอาเซียนมองว่าพวกเขายังขาดสกิลด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีซึ่งมีความจำเป็นกับธุรกิจในยุคดิจิทัล ขณะที่ความสามารถทางภาษาจะช่วยเปิดโอกาส
ให้พวกเขาได้หาประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศหรือองค์กรข้ามชาติได้ จากผลสำรวจยังพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า คนรุ่นใหม่ในอาเซียนจำนวนมากถึง 46% อยากที่จะเดินทางไปทำงาน
ในต่างประเทศ
หากองค์กรอยากสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคล คงต้องกลับมาทบทวนแล้วว่าองค์กรเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาศักยภาพมากพอหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็น
จากเนื้องานที่ท้าทายความสามารถ การฝึกอบรมเพิ่มทักษะ การเรียนรู้ในลักษณะ on the job training หรือโอกาสการทำงานในต่างประเทศ รวมถึงการขึ้นเงินเดือนโดยพิจารณาจากผลงาน
และอัตราการแข่งขันในตลาดมากกว่ายึดติดกับโครงสร้างองค์กร นอกจากนี้การเพิ่มชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างสมดุลชีวิตการทำงาน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานให้เติบโตกับองค์กรในระยะยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://adecco.co.th/th/knowledge-center/detail/reason-why-first-jobber-changing-job